ทัวร์ตุรกี ปีใหม่ 2565 (เดินทาง 29 ธ.ค.-5 ม.ค. 2565)

 

ทัวร์ตุรกี-ปีใหม่-2565

ทัวร์ตุรกี ปีใหม่ 2565

>> บินตรงด้วย TURKISH AIRLINES ถึงเช้าตะลุยเที่ยว บินภายใน 1 ครั้ง
>> คัปปาโดเกีย แกรนด์แคนยอนแห่งอนาโตเลีย
>> ปามุคคาเล่ ธารน้ำสีขาวขั้นบันไดที่งดงามเหมือนระเบียงหิมะ
>> เอเฟซุส มหานครโรมันโบราณ อายุยาวนานกว่า 2,000 ปี
>> ทรอย ตามรอยมหากาพย์อีเลียต ตื่นตาม้าไม้เมืองทรอย
>> อิสตันบูล นครแห่ง 2 ทวีป เมืองที่นักท่องเที่ยวนิยมไปกันมากที่สุด
กำหนดการเดินทาง: 29 ธ.ค. 64 – 5 ม.ค. 65

29 ธค กรุงเทพฯ – อิสตันบูล
20.00 เจ้าหน้าที่รอรับคณะที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์ U เข้าประตู 10 และคอยอำนวยความสะดวกเรื่องการเช็คอินรับบัตรที่นั่งและโหลดกระเป๋า
23.30 เดินทางสู่กรุงอิสตันบูล โดยสายการบินเตอร์กิช เที่ยวบินที่ TK69 มีบริการอาหารค่ำและอาหารเช้าและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน
30 ธค 64 อิสตันบูล – ไคเซอรี่ – คัปปาโดเกีย – นครใต้ดินไคมัคลี – เกอเรเม่ – อุชหิซาร์ – ระบำหน้าท้อง
06.10 เดินทางถึงท่าอากาศยานอิสตันบูลอตาเติร์ก แวะเปลี่ยนเครื่องบิน
07.45 เดินทางสู่ไคเซอรี่ โดยสายการบินเตอร์กิช เที่ยวบินที่ TK2010
09.05 เดินทางถึงท่าอากาศยานไคเซอรี่เออร์คิเลท รถโค้ชรอรับคณะและเดินทางสู่คัปปาโดเกีย หนึ่งในมรดกโลกที่ UNESCO ประกาศไว้เมื่อปีค.ศ.1985 ภาพแปลกตาน่าพิศวงทุกภาพที่ปรากฏ ท่านอาจแทบไม่เชื่อว่านี่คือฝีมือของธรรมชาติล้วนๆ ซึ่งภายหลังจากภูเขาไฟระเบิดเมื่อราวๆ 2 ล้านปีที่ผ่านมา ก็มีลาวาและเถ้าถ่านพวยพุ่งออกมาเป็นจำนวนมาก พอเย็นตัวลงก็กลบแผ่นดินเดิมหนาขึ้นร่วม 150 เมตร กลายเป็นชั้นดินใหม่ กว่าจะเป็นริ้วคลื่น หินเป็นลอนสวยงาม หินเป็นแท่ง ปล่องไฟ กรวย หินรูปเห็ด รูปเจดีย์ ก็ต้องถูกทั้งกัดกร่อนจากลม ฝน หิมะ และสายน้ำมานับล้านปี ซึ่งท่านจะเริ่มมองเห็นวิวสองข้างประปรายเมื่อเริ่มเข้าสู่คัปปาโดเกีย ไปชมนครใต้ดินไคมัคลี หนึ่งในเมืองใต้ดินสำคัญอันขึ้นชื่อแห่งคัปปาโดเกีย หลักฐานทางประวัติศาสตร์ไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าเมืองใต้ดินเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่รู้ว่าสร้างมาหลายพันปีแล้ว และจากข้อสันนิษฐานถึงสาเหตุในการสร้างว่าเพื่อเหตุผลทางการศึกสมครามเป็นสำคัญ เมืองใต้ดินที่นี่ไม่ได้ขุดลึกลงไปแค่ชั้นหรือสองชั้น แต่ว่าขุดลึกไปหลายชั้น และมีการแยกย่อยเป็นห้องต่างๆ มากมาย อาทิ ห้องนอน ห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น ห้องอาหาร ห้องเก็บอาหารที่มีโพรงมีช่องเอาไว้กักเก็บอาหาร ห้องไวน์ ห้องครัว จนถึงห้องส้วมเลยทีเดียว และด้วยการออกแบบที่ดี มีทางออกฉุกเฉินที่เป็นทางระบายอากาศไปในตัว ทำให้อากาศข้างในถ่ายเทได้เป็นอย่างดี จากนั้นนำคณะไปชมโรงงานทอพรม ดูกรรมวิธีการทำพรมตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนออกมาเป็นผืนพรมงดงามที่น่าสนใจยิ่ง
13.00 รับประทานอาหารกลางวันในภัตตาคาร
บ่าย นำคณะไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ ในช่วงปีค.ศ.9 โดยเป็นความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแผ่ศาสนาโดยทำการขุดถ้ำเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างโบสถ์ และยังเป็นการป้องกันการรุกรานจากชนเผ่ลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์ ว่ากันว่ามีโบสถ์ถ้ำซ่อนอยู่มากถึง 365 แห่งเลยทีเดียว เนื่องจากคนโบราณสร้างโบสถ์ตามจำนวนวันในหนึ่งปี ปัจจุบันโบสถ์ทั้ง 365 แห่งไม่สามารถเข้าชมได้หมด ทางการเปิดให้เข้าชมเพียงบางส่วนเท่านั้น โบสถ์แอปเปิล ที่มีภาพเขียนเฟรสโกสีสันฉูดฉาดในช่วงศตวรรษที่ 1 พรรณนาถึงนักบุญและบาทหลวง บางส่วนเล่าถึงคัมภีร์ไบเบิลและชีวิตของพระเยซู โบสถ์งู มีภาพเฟรสโกของพระเยซูที่ในมือมีหนังสือ และไปชมโรงงานผลิตเครื่องปั้นดินเผาและงานเซรามิก ที่หมู่บ้านอวานอส หมู่บ้านเล็กๆ ที่มีแม่น้ำที่มีดินตะกอนแดงไหลผ่าน ชาวบ้านเลยนำดินมาลองปั้นใช้เป็นอุปกรณ์เครื่องใช้ในครัวเรือน ต่อมาก็ปั้นขายกันมาจนถึงทุกวันนี้ ให้ท่านได้ชมวิธีการปั้น ทดลองปั้น และเดินชมโชว์รูมสินค้าที่มีทั้งของใช้ในครัวเรือน ของประดับตกแต่งบ้านและของที่ระลึก
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำในโรงแรม
จากนั้นชมการแสดงระบำหน้าท้อง อีกหนึ่งโปรแกรมยอดนิยมของนักท่องเที่ยว ระบำหน้าท้องเป็นความบันเทิงเริงใจที่ตกทอดมาตั้งแต่ยุคโบราณหลายพันปี เป็นการเต้นที่โยกย้ายเรือนกาย เอว สะโพก และบังคับกล้ามเนื้อหน้าท้องอย่างพลิ้วไหวด้วยชุดสุดหวาบหวิว นักเต้นก็มีความชำนาญและประสบการณ์อย่างมาก ถือเป็นศาสตร์และศิลปะอย่างหนึ่งของพวกอาหรับและประเทศในแถบเมดิเตอร์เรเนียน
จากนั้นเข้าสู่ที่พัก Goreme Kaya Hotel หรือระดับใกล้เคียง
31 ธค 64 คัปปาโดเกีย – คาราวานซาไร – ปามุคคาเล่
สำหรับท่านที่สนใจนั่งบอลลูนชมความงามของเมืองคัปปาโดเกียจากมุมสูง กรุณาสอบถามรายละเอียด เนื่องจากต้องสำรองที่นั่งบอลลูนล่วงหน้าอย่างน้อย 2-3 วัน รายการนี้ไม่รวมในค่าทัวร์ ค่าขึ้นบอลลูนประมาณ 220 USD ต่อท่าน (กรุณาเช็คราคากับหัวหน้าทัวร์ก่อนชำระเงิน) ใช้เวลาบินประมาณ 1 ชั่วโมง
รายละเอียดทัวร์ เวลานัดหมายประมาณ 05.00 น. เจ้าหน้าที่ของบอลลูนรอรับท่านที่ล๊อบบี้ของโรงแรม และนั่งรถบริษัทบอลลูนไปจุดปล่อยบอลลูน และส่งกลับท่านกลับโรงแรมเมื่อจบโปรแกรม
07.00 รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
08.00 นำคณะเดินทางสู่คอนยา (242 KM) อดีตเมืองหลวงของอาณาจักเซลจุก อาณาจักรแห่งแรกของชาวเติร์กบนแผ่นดินตุรกีในช่วงปีค.ศ.1071-1275 และเป็นศูนย์กลางของนิกายเมฟเลวี ที่ถือกำเนิดมาจากการก่อตั้งของเมฟลานา เยลาเลดิน กวีชาวอัฟกานิสถานที่ทำให้ชาวคริสต์จำนวนไม่น้อยหันมานับถือศาสนาอิสลาม เหล่าสาวกของเมฟลานาจึงเชื่อกันว่าเขาคือผู้วิเศษแห่งศาสนาอิสลาม ระหว่างเดินทางผ่านเมืองอักซาไร แวะชมคาราวานซาไร จุดพักโบราณระหว่างทางของชาวเติร์กในสมัยออตโตมัน เพื่อติดต่อทำการค้าขายกันระหว่างเมือง ซึ่งเส้นทางนี้เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายไหม
14.00 รับประทานอาหารกลางวันในภัตตาคาร
บ่าย นำคณะเดินทางมุ่งหน้าสู่ปามุคคาเล่ (405 KM) เมืองในจังหวัดเดนิซลี อยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของตุรกี หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของตุรกี ปรากฏการณ์มหัศจรรย์อันน่าทึ่งของธรรมชาติที่หาดูไม่ได้ง่ายๆ
19.00 รับประทานอาหารค่ำในโรงแรม
จากนั้นเข้าสู่ที่พัก Ninova Thermal Hotel หรือระดับใกล้เคียง
1 มค 65 ปามุคคาเล่ – ปราสาทปุยฝ้าย – เฮียราโพลิส – บ้านพระแม่มาเรีย – เอเฟซุส
07.00 รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
08.00 นำคณะไปชมปราสาทปุยฝ้าย มีจุดเด่นที่หน้าผาสีขาวขุ่นหน้าตาเหมือนธารน้ำแข็งขั้นบันได ซึ่งเกิดจากน้ำแร่ร้อนที่มีส่วนผสมของแคลเซียมออกไซด์ผุดขึ้นจากใต้ดิน ตกตะกอนเป็นหินปูนห่มเนินเขาทั้งลูกมานับพันปี จนกลายเป็นชั้นหินลดหลั่นเหมือนระเบียงหิมะ งดงามจนได้รับการประกาศจาก UNESCO ให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมและชาติในปีค.ศ.1988 มีเวลาให้ท่านได้เดินเล่นแช่น้ำในน้ำแร่ร้อน จากนั้นไปชมนครโบราณฮีราโพลิส ซึ่งตามตำนานกล่าวว่าสร้างขึ้นในราว 190 ปีก่อนคริสตกาล ใกล้ๆ กับธารน้ำแร่ร้อน ต้นธารแห่งปามุคคาเล่ในปัจจุบัน ฮีราโพลิสเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ ศูนย์กลางทางศาสนา ปัจจุบันนี้แม้จะเหลือเพียงซากแต่ยังคงมีเสน่ห์ จากนั้นเดินทางไปคูซาดาซึ (183 KM) เมืองท่าในอดีตเป็นจุดส่งถ่ายสินค้าที่สำคัญของพ่อค้าวานิชจากยุโรปและแอฟริกาใต้
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันในภัตตาคาร
บ่าย นำคณะไปชมบ้านพระแม่มารี ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นสถานที่สุดท้ายที่พระแม่มารีอาศัยอยู่กระทั่งสิ้นพระชนม์ การค้นพบสถานที่แห่งนี้ค่อนข้างปาฏิหาริย์ทีเดียว โดยเมื่อช่วงประมาณปีค.ศ.1774-1824 แม่ชีชาวเยอรมันชื่อ แอนน์ แคเทอรีน เอเมอริช เกิดนิมิตเห็นภาพบ้านพระแม่มารี จึงเขียนบรรยายสถานที่ไว้ในหนังสืออย่างละเอียดราวกับเห็นด้วยตาตัวเอง นับจากนั้นหลายปีมีการพยายามค้นหาบ้านแห่งนี้ โดยอ้างอิงตามคำบอกของเอเมอริชจนกระทั่งค้นพบในปีค.ศ.1891 ปัจจุบันที่นี่กลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เพื่อการสักการะของทั้งชาวมุสลิมและคริสเตียน จากนั้นนำคณะไปชมเมืองโบราณเอเฟซุส ซึ่งมีอายุราว 2,000 ปี ถือว่าเป็นเมืองเก่าที่มีสภาพสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์แห่งอารยธรรมกรีก-โรมันอันสุดคลาสสิก ชมโรงละครโอเดียน ตั้งตระหง่านโดดเด่น ในอดีตใช้แสดงดนตรีและเป็นที่ประชุมสภาเมือง จัตุรัสโดมิเชียน มีแท่นบูชาแบบโรมัน รูปสลักเฮอร์คิวลีส ประตูเฮราคลิส รูปสลักไนกี เทพธิดาแห่งชัยชนะ เดินผ่านถนนคูเรตีส ถนนหลักหลางเมือง ชมวิหารฮาเดรียน สร้างขึ้นราวค.ศ.138 ปัจจุบันเหลือเพียงส่วนด้านหน้าของอาคารเท่านั้น แต่ด้วยองค์ประกอบที่งดงาม โดยเฉพาะรูปสลักต่างๆ อาทิ รูปสลักเรื่องราวการสร้างเมืองเอเฟส รูปสลักเมดูซ่า ชมห้องน้ำสาธารณะแบบโรมัน เป็นส้วมโล่งๆ มีแป้นถ่ายเป็นแผ่นหินเจาะรูพอเหมาะเรียงเป็นแถวติดๆ กัน และมีร่องรอยของห้องอบไอน้ำ ลานน้ำพุเปิดคลอสร้างบรรยากาศและมีการแสดงดนตรีในห้องน้ำสาธารณะ ชาวโรมันในยุคนั้นจึงนิยมใช้ห้องน้ำสาธารณะเป็นสถานที่พบปะพูดคุยเรื่องการบ้านการเมือง ซุบซิบนินทา บันเทิงเริงใจ หรือใช้เป็นที่จีบกันของหนุ่มสาว ชมห้องสมุดเซลซุส สร้างขึ้นในปีค.ศ.117 ภายในใช้เป็นที่เก็บม้วนหนังสือที่ทำจากไม้ปาไปรัสกว่า 12,000 ม้วน ห้องสมุดมีลักษณะเป็นอาคาร 2 ชั้น โดดเด่นด้วยเสากรีกอันเป็นแบบแผนสวยงามตามสถาปัตยกรรมแบบคลาสสิก ส่วนฝั่งตรงข้างห้องสมุดเป็นที่ตั้งสำนักนางโลม ซึ่งในอุโมงค์ลับใต้ดินจากห้องสมุดเดินทะลุไปได้ สุดท้ายไปชมไฮไลต์ โรงละครเอเฟซุส มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโรงละครโบราณในตุรกี จุคนได้กว่า 30,000 คน เป็นโรงละครโค้ง มีลานแสดงตรงกลาง ล้อมรอบด้วยที่นั่งชมไล่ระดับขึ้นไปจนสูงลิบ ปัจจุบันยังใช้งานได้ดีอยู่และยังีการจัดการแสดงอยู่บ้านเป็นครั้งคราว เพราะมีฮวงจุ้ยดีที่หันหน้าออกสู่ทะเลเพื่อให้ลมธรรมชาติช่วยพัดเสียงย้อนเข้ามา
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำในโรงแรม
จากนั้นเข้าสู่ที่พัก Marina Hotel หรือระดับใกล้เคียง
2 มค 65 คูซาดาซึ – เพอร์กามัม – อะโครโปลิส – ทรอย – ชานัคคาเล
07.05 รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
08.00 นำคณะไปชมโรงงานผลิตเครื่องหนัง ตุรกีเป็นประเทศที่ส่งออกหนังวัตถุดิบไปยังฝั่งยุโรป เพื่อผลิตเครื่องหนังให้กับแบรนด์ไฮแอนด์ ฟังกรรมวิธีการผลิตเครื่องหนัง ชมการแสดงแฟชั่นโชว์ และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เสื้อหนังคุณภาพดี และเดินทางไปเพอร์กามัม ศูนย์กลางทางอารยธรรมเฮโลนิสติก ทั้งด้านวัฒนธรรม การค้าขาย และการแพทย์ ในแถบเมดิเตอร์เรเนียน นั่งเคเบิลคาร์ขึ้นไปชมวิหารอะโครโปลิส เป็นที่ขนานนามถึงประหนึ่งดั่งดินแดนในสรวงสวรรค์ ด้านในเป็นวิหารเทพเจ้าซุส ปัจจุบันนี้เหลือแต่ส่วนฐานเท่านั้น แท่นบูชาถูกนำไปเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์เพอร์กามัมที่กรุงเบอร์ลิน เยอรมนี วิหารทราจันที่เหลือซุ้มประตู และโรงละครเพอร์กามัม โรงละครยุคโบราณที่ชันที่สุดในโลก
13.00 รับประทานอาหารกลางวันในภัตตาคาร
บ่าย เดินทางไปชมเมืองทรอย ที่มีชื่อเสียงมาแต่ในอดีต สร้างขึ้นเมื่อ 4,000 ปีมาแล้ว ในอดีตผู้คนส่วนใหญ่คิดว่าเป็นนิยายที่แต่งขึ้นและนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ แต่ในศตวรรษที่ 19 ได้มีการขุดค้นและพบซากเมืองโบราณที่เป็นเมืองทรอยในอดีตว่ามีอยู่จริง ตั้งอยู่บนฝั่งทะเลใกล้ๆ ปากช่องแคบดาร์ดะเนลส์ที่แยกยุโรปกับเอเชียออกจากกัน
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำในภัตตาคาร
จากนั้นเข้าสู่ที่พัก Golden Way Hotel หรือระดับใกล้เคียง
3 มค 64 ชานัคคาเล – อิสตันบูล – พระราชวังโดลมาบาห์เช
07.00 รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
08.00 เดินทางไปกรุงอิสตันบูลนั้นเป็นเมืองหลวงที่ผึ่งตัวคลุมอยู่บน 2 ทวีป ผสมผสานทั้งวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออกจนเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวที่ผิดแผกจากเมืองไหนๆ ในโลก มีอดีตที่โดดเด่น เป็นฐานที่มั่นของนครคอนสแตนติโนเปิลอันเกรียงไกร อาณาจักรโรมันตะวันออกอันยิ่งใหญ่ถูกสถาปนาขึ้นที่นี่ อาณาจักรไบแซนไทน์ก็รุ่งเรืองและเสื่อมลงที่นี่เช่นกัน เรื่อยมาจนถึงอาณาจักรออตโตมันที่รุ่งโรจน์ไม่แพ้จักรวรรดิไหน
13.00 รับประทานอาหารกลางวันในภัตตาคาร
บ่าย นำคณะไปชมพระราชวังโดลมาบาห์เช อัญมณีประดับนครอิสตันบูล ร่ำลือเป็นเสียงเดียวกันว่าหากอยากเห็นสถานที่ที่เป็นตัวแทนของตะวันออกเคล้ากับตะวันตกได้ลงตัวที่สุด ต้องไปยืนมองพระราชวังแห่งนี้ สุลต่านอับดุลเมซิดผู้โปรดปรานสถาปัตยกรรมและศิลปะแบบยุโรป มีบัญชาให้สร้างพระราชวังแห่งนี้ขึ้นในช่วงกลางศตวรรษที่ 13 ตกแต่งผสมผสานไปทั้งศิลปะเรอเนสซองส์ รอกโคโค และบารอก มีห้องหับต่างๆ หลายร้อยห้อง มีห้องที่เป็นไฮไลต์ อาทิ ห้องท้องพระโรง ห้องพักของสุลต่าน ห้องพักของเคมัค อตาเติร์ก
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำในภัตตาคาร
จากนั้นเข้าสู่ที่พัก Golden Way Hotel หรือระดับใกล้เคียง
4 มค 65 มัสยิดสุลต่านอาห์เมต – จัตุรัสสุลต่านอาห์เมต – วิหารเซนต์โซเฟีย – ล่องเรือในช่องแคบบอสฟอรัส – สไปซ์มาร์เก็ต
07.00 รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำคณะไปชมมัสยิดสุลต่านอาห์เมต ที่มีแรงบันดาลใจมาจากการต้องการเอาชนะ หรือสร้างมัสยิดที่มีขนาดใหญ่กว่าวิหารเซนต์โซเฟีย สร้างในสมัยของสุลต่านอาห์เมตที่ 1 นอกจากความใหญ่โตอลังการแล้ว ยังประดับกระเบื้องอิซนิกอันเก่าแก่กว่า 21,000 แผ่น บริเวณภายในและตามระเบียงต่างๆ จนคนทั่วไปนิยมเรียกมัสยิดแห่งนี้ว่า มัสยิดสีฟ้า ตามสีของกระเบื้องอิซนิกอันเลื่องชื่อ และนอกจากนี้ยังครองความเป็นที่สุดที่เป็นมัสยิดหนึ่งเดียวในตุรกีที่มีหอสวดมนต์มากถึงหกหอด้วยกัน การตกแต่งภายในก็ดูยิ่งใหญ่ด้วยหน้าต่างทั้งหมด 260 บาน สลับสล้างด้วยหน้าต่างกระจกสีอันวิจิตร และพื้นที่สำหรับละหมาดขนาดกว้าง และชมจัตุรัสสุลต่านอาห์เมต หรือฮิปโปโดรม สร้างในสมัยจักรพรรดิเซปติมิอุส เซเวรุส ฮิปโปโดรมมีบทบาทมากมายในหน้าประวัติศาสตร์ ธีโอโดรา ชายาของจักรพรรดิจัสติเนียน ปรากฏตัวขึ้นครั้งแรกที่ฮิปโปโดรมในฐานะนางระบำ และเป็นที่ต้องพระทัยของจักรพรรดิในทันที และที่นี่ก็เป็นฉากในเหตุการณ์การจลาจลเพื่อชัยชนะของกลุ่มศาสนาสีฟ้าและสีเขียวที่ลุกลามเป็นสงครามกลางเมือง จุดเด่นที่เหลือรอดมาถึงทุกวันนี้คือ โอบิลิสก์ฟาโรห์ธุตโมส เสางู และเสาคอลัมน์คอนสแตนตินที่ 7 แต่แผ่นทองสำริดที่หุ้มเสาเหล่านี้อยู่ถูกขนไปยังเวนิส หลังการเข้าปล้นสะดมของละตินในปีค.ศ.1203 ม้าทองคำ 4 ตัวเหนือประตูใหญ่วิหารเซนต์มาร์คในเวนิสก็นำไปจากที่นี่ และไปชมวิหารเซนต์โซเฟีย หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง ที่สร้างมายาวนานเกือบ 1,500 ปี จักรพรรดิจัสติเนียนแห่งอาณาจักรไบแซนไทน์ทรงพระบัญชาให้สองสถาปนิกแห่งยุคทำการบูรณะโบสถ์หลังเก่า โดยออกแบบและปรับปรุงให้ยิ่งใหญ่อลังการอย่างที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนในโลก งบประมาณไม่อั้น เซนต์โซเฟียดำรงสถานะเป็นโบสถ์คริสต์มากว่า 900 ปี ก่อนจะมาถึงจุดเปลี่ยนเมื่อ 29 พฤษภาคม ค.ศ.1453 เมื่อกรุงคอนสแตนติโนเปิลถูกตีแตกโดยสุลต่านเมห์เมตที่ 2 และยึดเมืองหลวงแห่งไบแซนไทน์ได้ ก็ทรงเสด็จไปยังเซนต์โซเฟียเพื่อทำการละหมาด พร้อมทั้งบัญชาให้เปลี่ยนสถานะจากโบสถ์คริสต์เป็นมัสยิดของชาวมุสลิม โดยให้ฉาบปูนปิดทับภาพโมเสกอันสวยงามให้หมด
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันในภัตตาคาร
บ่าย นั่งเรือในช่องแคบบอสฟอรัส เพลิดเพลินกับทิวทัศน์สวยงามสองฝั่ง ฝั่งยุโรปผ่านพระราชวังโดลมาบาห์เช โรงแรมชีราอาน โรงแรมแคมปินสกี้อันเลิศหรู ตรงกันข้ามฝั่งเอเชียจะเป็นย่านเรียกว่า เฟติ อาห์เมต ปาซา ยาลี เรียงรายไปด้วยเรือนไม้ฤดูร้อนและสถานทูตต่างชาติในยุคออตโตมัน ผ่านไปใต้สะพานบอสฟอรัสฝั่งยุโรปเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีสีสัน ผ่านไปย่านชานเมืองที่สงบและมีเสน่ห์แบบโบราณ และไปเยี่ยมชมสไปซ์มาร์เก็ต ตลาดพื้นเมืองของที่นี่ มีร้านรวงที่เต็มไปด้วยสีสัน ซึ่งจะขายเครื่องเทศเป็นหลัก นอกจากนั้นยังมีสินค้าอื่นๆ และราคาดูเหมือนจะย่อมเยา นอกจากเครื่องเทศแล้ว ก็ยังจะมี เซรามิก จาน ชาม ถ้วยชา แจกัน โถ เครื่องดนตรีพื้นเมือง โคมไฟ เครื่องดูดบารากู่ ทองคำ เครื่องเงิน เครื่องประดับต่างๆ ของที่ระลึกอย่าง พวงกุญแจ กระเบื้องเพนท์ติดผนัง ของกินเล่นอย่าง ชา กาแฟ ถั่วแมคคาดาเมีย พิตาชิโอ ขนมหวานตุรกีอย่างเตอร์กิชดีไลท์ และตาปีศาจ เครื่องรางสุดฮิต
ค่ำ อิสระอาหารค่ำ
20.00 เดินทางไปท่าอากาศยานอิสตันบูล เตรียมตัวเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ
5 มค 65 อิสตันบูล – กรุงเทพฯ
01.55 เดินทางสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินเตอร์กิช เที่ยวบินที่ TK68 มีบริการอาหารค่ำและอาหารเช้า และเครื่องดื่มบนเครื่องบิน
15.30 เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ
วันเดินทาง ราคาทัวร์/ท่าน
(พักห้องละ 2 ท่าน)
พักเดี่ยวเพิ่ม
29 ธ.ค.64-5 ม.ค. 65 47,800.- 5,000.-

ดาวน์โหลดโปรแกรม ทัวร์ตุรกี ปีใหม่ 2565

ค่าบริกานี้รวม
ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ รวมค่าภาษี และธรรมเนียมเชื้อเพลิง ณ วันที่ 5 ต.ค. 64 โหลดกระเป๋าได้ไม่เกิน 20 กก
ค่ารถโค้ชมาตรฐานยุโรป ท่องเที่ยวตามรายการทัวร์ที่ระบุ
ค่าโรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว หรือระดับใกล้เคียงในระดับราคาเดียวกัน โดยพักห้องละ 2 ท่าน
ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการทัวร์
ค่าเข้าชมและเที่ยวชมตามที่ระบุในรายการทัวร์
ค่าน้ำดื่มบนรถวันละ 2 ขวด
ค่าประกันการเดินทางต่างประเทศ วงเงินค่ารักษาพยาบาลสูงสุด 2,000,000 บาท (เงื่อนไขตามกรมธรรม์)
ค่าบริการนี้ไม่รวม
ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% กรณีต้องการใบกำกับภาษี
ค่าทำหนังสือเดินทาง (Passport)
ค่าทำวัคซีนพาสปอร์ต
ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ พนักงานขับรถ และไกด์ท้องถิ่น 60 USD/ ท่าน
ค่าตรวจโควิดแบบ PCR (กรณีกลับประเทศไทยต้องโชว์ผล) 35 USD/ ท่าน
ค่าโรงแรมกักตัวและค่าตรวจเมื่อกลับถึงประเทศไทย
ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มในห้องพัก และค่าอาหารที่สั่งมาในห้องพัก ค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหารนอกเหนือจากที่ทางบริษัทจัดให้
ค่าปรับ สำหรับน้ำหนักกระเป๋าเดินทางที่เกินจากสายการบินกำหนด (20 กิโลกรัม)
spot_img

เรื่องอื่นที่น่าสนใจ

ทัวร์ต่างประเทศ

ทัวร์ในประเทศ

โปรโมชั่นทัวร์ขายดี

เปิดจองแล้ว ทัวร์ปี 2565

- Advertisement -spot_img