ทัวร์โรมาเนีย บัลแกเรีย ราคา 69,900 บาท (25)

2318

ทัวร์โรมาเนีย บัลแกเรีย ราคาถูก ราคา 69,900 บาท

ทัวร์โรมาเนีย

ทัวร์โรมาเนีย บัลแกเรีย ราคาถูก 

ทัวร์โรมาเนีย ไปตามล่าหาท่านเคาท์แดรกคูลาที่ทรานซิลเวเนีย ตามนวนิยายโกธิกของ ทัวร์โรมาเนีย โรมาเนียราคาถูก ชมบราม สโตกเกอร์ นักเขียนชาวไอริช ตั้งอยู่คาบสมุทรบอลข่าน เป็นแหล่งรวมอารยะธรรม ศิลปะและวัฒนธรรมอันเก่าแก่มากมายจากหลายประเทศ
• บูคาเรสต์ สถาปัตยกรรมและศิลปะล้วนแต่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมฝรั่งเศส จนได้สมญาว่า ปารีสน้อยแห่งยุโรปตะวันออก
• ซินายา เมืองรีสอร์ทที่ได้รับความนิยมของโรมาเนีย ที่ตั้งลึกเข้าไปในเทือกเขาคาร์เพเธียน
• บราซอฟ ไข่มุกเม็ดงามของโรมาเนีย ได้รับสมญาจากนักท่องเที่ยวว่าเป็น สวิสน้อยแห่งยุโรปตะวันออก

ทัวร์บัลแกเรีย Queen of the Balkans ดินแดนเล็กๆ ใจกลางคาบสมุทรบอลข่าน ที่รวมความหลากหลายทางวัฒนธรรมตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทั้งผืนป่า ขุนเขา และสายน้ำ คล้ายปราการชั้นดีที่ปกป้องดินแดนแห่งนี้ให้คงความงดงาม บริสุทธิ์
• เวลิโกทาร์โนโว สุดยอดเมืองโบราณเพียงไม่กี่แห่งบนโลกที่ยังคงความบริสุทธิ์ ทั้งวิถีของผู้คนและความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ จนอยากให้ใครๆ ได้มาสัมผัส
• คาซานลัค เขตปลูกกุหลาบแหล่งใหญ่ของโลก ตั้งอยู่ตอนใต้ของเทือกเขาบอลข่าน เป็นทำเลที่แสนดีและอุณหภูมิที่พอเหมาะ
• พิเศษ เข้าร่วมงานเทศกาลดอกกุหลาบ Rose Festival 2017 จัดปีละ 1 ครั้ง ชมการสาธิตการเก็บเกี่ยวดอกกุหลาบ และลองเก็บด้วยตัวเอง และชมการกลั่นน้ำมันดอกกุหลาบแบบดั้งเดิมของบัลแกเรีย ชมการแสดงระบำพื้นเมือง + BBQ lunch
• พลอฟดิฟ เมืองโบราณจากยุคโรมัน เก่าแก่มากที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป
• โซเฟีย นครหลวงหลากยุคของบัลแกเรีย มีสถาปัตยกรรมเก่าแก่หลากหลายแขนง ที่เข้ากันได้ดีกับสีสันเมืองใหญ่อันทันสมัย

** ไฮไลท์ เทศกาลกุหลาบ 1 ปี มีครั้งเดียว **

รายละเอียดโปรแกรมทัวร์

2 มิ.ย.63 กรุงเทพฯ – อิสตันบูล
20.00 เจ้าหน้าที่รอรับคณะที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์ Q เข้าประตู 8 และคอยอำนวยความสะดวกเรื่องการเช็คอินรับบัตรที่นั่งและโหลดกระเป๋า
23.00 เดินทางสู่อิสตันบูล โดยสายการบินเตอร์กิช เที่ยวบินที่ TK 59 เสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน
3 มิ.ย.63 อิสตันบูล – คลูซนาโปกา – ซิกีสวารา
05.20 เดินทางถึงท่าอากาศยานอิสตันบูล แวะเปลี่ยนเครื่องบิน
06.50 เดินทางสู่คลูซนาโปกา โดยสายการบินเตอร์กิช เที่ยวบินที่ TK1034 เสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน
08.25 เดินทางถึงท่าอากาศยานอัฟรัมเอียนคูคลูซ ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร รับกระเป๋าสัมภาระ รถโค้ชรอรับคณะและเดินทางไปชมเมืองคลูซ
คลูซนาโปกา หรือเรียกกันว่าคลูซ เมืองใหญ่อันดับสองของโรมาเนีย ตั้งอยู่ตอนกลางของประเทศ หนึ่งในเมืองของภูมิภาคทรานซิลเวเนีย ภูมิภาคเก่าแก่ของประเทศที่เปลี่ยนผ่านผู้ครอบครองมาหลายมือ จนในที่สุดก็ได้กลับมาสู่อ้อมอกโรมาเนีย ไปชมจัตุรัสสหภาพ จัตุรัสกลางเมืองที่โดดเด่นด้วยอาคารแบบบารอก โกธิก เรอเนสซองซ์ และนีโอคลาสสิกอยู่รายล้อม ชมโบสถ์เซนต์ไมเคิลที่ตั้งอยู่ในจัตุรัส เป็นหนึ่งในโบสถ์สไตล์โกธิกที่งดงามที่สุดในทรานซิลเวเนีย สร้างขึ้นในช่วง ค.ศ.1350- 1487 บนฐานของโบสถ์เก่าเซนต์จาคอบ มีแท่นบูชาเป็นส่วนที่เก่าแก่ที่สุด เพดานโบสถ์เป็นทรงโค้งรูปดวงดาว หน้าต่างประดับด้วยกระจกสี และถ่ายรูปกับพระราชวังบานฟี เคยใช้ที่ประทับของผู้ว่าการรัฐจากอาณาจักรออสโตรฮังกาเรียน ออกแบบโดยสถาปนิกชาวเยอรมัน สร้างในราวปี ค.ศ.1774- 1775 เป็นอาคารต้นแบบสไตล์บารอกที่สวยงามในทรานซิลเวเนีย ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งชาติทางด้านศิลปะของเมืองคลูซ
บ่าย เดินทางไปซิกีสวารา (160 KM/ 3 HRS) ก่อตั้งขึ้นโดยช่างฝีมือและพ่อค้าชาวเยอรมัน เป็นตัวอย่างที่ดีของเมืองเล็กที่แข็งแกร่งในช่วงยุคกลาง และมีบทบาทสำคัญทั้งด้านยุทธวิธีและการค้าในแถบตะเข็บของยุโรปตะวันออกมาหลายศตวรรษ จนได้รับการประกาศจาก UNESCO ให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมเมื่อปีค.ศ.1999 นำท่านชมเมืองเก่าที่งดงาม ได้รับการรักษาอย่างดีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 ถนนเป็นหินคอบเบิล บ้านของชาวเมือง โบสถ์ที่งดงาม บรรยากาศในเมืองสวยงามไม่แพ้กับย่านเมืองเก่าของกรุงปรากหรือกรุงเวียนนาเลยทีเดียว และเมืองนี้ยังเป็นบ้านเกิดของ วลาด แดรกคูลา ผู้ปกครองจังหวัดวาลาเชียเมื่อปีค.ศ.1456- 1462 ซึ่งวลาดคนนี้เองที่เป็นแรงบันดาลใจในบทบาทเคาท์แดรกคูลา ของนักเขียนบราม สโตรกเกอร์ และบ้านของวลาด แดรกคูลาเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่นี่ด้วย เป็นบ้านหลังสีเหลืองอมน้ำตาล ที่เค้าอาศัยอยู่กับพ่อ มีเหล็กดัดเป็นรูปมังกรแขวนอยู่ที่ประตูทางเข้า ปัจจุบันชั้นล่างเปิดเป็นร้านอาหาร และชั้นบนเป็นพิพิธภัณฑ์อาวุธ ไปถ่ายรูปกับจัตุรัสซิตาเดล จัตุรัสเล็กๆ ที่สวยแปลกตา ในสมัยก่อนใช้เป็นตลาด ที่แสดงงานศิลปะ สถานที่ท่องเที่ยว และถ่ายรูปกับหอนาฬิกา สร้างในช่วงปลายศตวรรษที่ 14 และต่อเติมอีกครั้งในศตวรรษที่ 16 ใช้เป็นที่พบปะพูดคุยของสภาเมืองจนถึงปีค.ศ.1556 และปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์มาตั้งแต่ปีค.ศ.1899
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำในภัตตาคารท้องถิ่น
  ที่พัก Mercure Sighisoara Binderbubi Hotel หรือระดับใกล้เคียง
4 มิ.ย.63 ซิกีสวารา – บราน – บราซอฟ
เช้า รับประทานอาหารในโรงแรม
  จากนั้นเดินทางไปบราน (145 KM/ 2.30 HR) เมืองที่มีชื่อเสียงอีกเมืองที่ตั้งอยู่ในมณฑลบราซอฟ โดยเฉพาะชื่อเสียงของตำนานผีดูดเลือด หรือความเชื่อที่ว่าบรานเป็นที่อยู่ของแวมไพร์ในอดีต บรานจึงได้กลายมาเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่มาตามรอยตำนานผีดูดเลือด ไปชมปราสาทบราน บ้านแวมไพร์ของท่านเคานท์แดรกคูล่า ตามนิยายเขย่าขวัญระบือโลกของบราม สโตรกเกอร์ นักเขียวชาวไอริช ปราสาทบรานสร้างขึ้นในราวปีค.ศ.1211 เพื่อเป็นทั้งที่พำนัก ที่ประชุมพล และโบสถ์ของเหล่าอัศวินในยุคนั้น ยุคสมัยถัดมาก็ได้ตกทอดมาเป็นที่พำนักของเจ้าเมืองและราชวงศ์ผู้ครองแคว้น ปัจจุบันเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์ที่มีการจัดเก็บข้าวของเครื่องใช้ อาวุธ ชุดเกราะ และสมบัติเก่าแก่อันทรงคุณค่ามากมาย นอกจากนั้นยังเป็นจุดชมวิวสวยงามอีกแห่งหนึ่งด้วย
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันในภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย เดินทางไปบราซอฟ (30 KM/ 0.45 HR) อีกหนึ่งเพชรน้ำงามแห่งยุโรปตะวันออกที่ได้ชื่อว่า สวิตเซอร์แลนด์น้อยแห่งโรมาเนีย ถือเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของแคว้นทรานซิลเวเนีย งดงามทั้งธรรมชาติและสถาปัตยกรรม ไปชมจัตุรัสเมืองเก่า อันเป็นที่ตั้งของอาคารที่ว่าการเมืองที่สร้างขึ้นมาพร้อมกับการสร้างเมือง รอบๆ จัตุรัสเป็นแหล่งชุมนุมของสถาปัตยกรรมศิลป์หลายสมัย นับตั้งแต่อาคารแบบโรมาเนสก์ โบสถ์สไตล์เรอเนสซองซ์ โรงแรมแบบบารอก ร้านกาแฟภายในอาคารแบบรอคโคโค ซึ่งสร้างต่อเนื่องกันมาหลายๆ สมัย จัตุรัสแห่งนี้นี่เองเป็นที่มาของการขนานนามว่า บราซอฟคือเมืองงามที่สุดของโรมาเนีย และไปชมโบสถ์ดำ โบสถ์สไตล์โกธิกโบราณขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่ค.ศ.1385 มีหอระฆังโบราณที่ใหญ่ที่สุดในโรมาเนีย ที่มาของชื่อโบสถ์ดำก็เพราะว่าเกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ในปีค.ศ.1689 แต่โบสถ์แห่งนี้ก็สามารถรอดพ้นมาได้ แต่ก็ใช้เวลาบูรณะส่วนที่เสียหายถึง 100 ปี ทั้งนี้ส่วนที่เสียหายเป็นเขม่าดำบนผนังโบสถ์ได้ถูกทิ้งไว้ให้เป็นที่ระลึก ภายในมีงานประติมากรรมปูนปั้นพระแม่มาเรียและนักบุญสำคัญๆ ในศาสนาคริสต์ และงานหัตถกรรมพรมตุรกีถักมือโบราณลวดลายสวยงาม 119 ผืนที่ประดับอยู่ด้านในโดยรอบ นอกจากนั้นก็ยังมีไปป์ออร์แกนขนาดใหญ่ 4,000 ชิ้น ที่สร้างขึ้นในปีค.ศ.1839 ซึ่งจะใช้บรรเลงในช่วงเทศกาลคอนเสิร์ตฤดูร้อน
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำในภัตตาคารท้องถิ่น
  ที่พัก Hotel Ramada หรือระดับใกล้เคียง
5 มิ.ย. 63 บราซอฟ – ซินายา – บูคาเรสต์
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
  จากนั้นเดินทางไปซินายา (50 KM/ 1.30 HRS) ตั้งอยู่ในภูมิภาคทรานซิลเวเนีย คำว่าทรานซิลเวเนียมาจากภาษาละติน แปลว่า ดินแดนเลยผืนป่า นำท่านเข้าชมปราสาทเปเลส ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเทือกเขาคาร์เพเธียน ในเขตเมืองซินายา ตั้งชื่อตามลำธารที่ไหลผ่านสวนหน้าวัง สร้างขึ้นระหว่างปีค.ศ.1873- 1883 โดยกษัตริย์คาโรลที่1 เพื่อให้เป็นพระราชวังฤดูร้อน เป็นปราสาทแห่งแรกในโรมาเนียที่มีไฟฟ้าใช้ งบก่อสร้างตีเป็นค่าเงินในปัจจุบันได้ประมาณ 120 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 4 พันล้านบาท การก่อสร้างใช้ช่างฝีมือเอกจากหลายประเทศ จึงเป็นการผสมผสานสุดยอดความงามของศิลปะ ภายในตกแต่งหรูหราอลังการด้วยไม้แกะสลักลวยลายงดงาม มีโคมไฟระย้าจากอิตาลี รูปภาพติดผนังจากฝรั่งเศส ความทันสมัยและความโอ่อ่างดงามของปราสาทเปเลสเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าทำไมโรมาเนียได้รับการขนานนามว่า ปารีสน้อยแห่งยุโรปตะวันออก
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันในภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย เดินทางไปบูคาเรสต์ (50 KM/ 1.30 HRS) เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของโรมาเนีย ในช่วงรัชสมัยของกษัตริย์คาโรลที่ 1 ปฐมกษัตริย์แห่งโรมาเนียได้ชื่อว่าเป็นยุครุ่งเรืองของโรมาเนียที่มีการพัฒนาสิ่งต่างๆ มากมาย อาคารสถานที่สำคัญหลายแห่งภายในเมืองบูคาเรสต์ได้ถือกำเนิดขึ้นในยุคนี้ และเนื่องจากรูปแบบของเมืองและสถาปัตยกรรมส่วนใหญ่ในช่วงนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากกรุงปารีส ทำให้บูคาเรสต์ได้รับการเรียกขานว่าปารีสน้อย นำท่านชมความงามของเมือง ผ่านชมจัตุรัสแห่งการปฏิวัติ โอเปร่าเฮ้าส์ ประตูชัย ซึ่งตั้งอยู่บนถนนคิสเซเลฟฟ สร้างเลียนแบบประตูชัยในกรุงปารีสในสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนีย เข้าชมทำเนียบประธานาธิบดี จะเรียกว่าเป็นอภิมหาอาคารรัฐสภาแห่งเมืองบูคาเรสต์เพราะใหญ่โตมหึมามาก เชื่อกันว่ามีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากตึกเพนตากอนของสหรัฐอเมริกา มีจำนวนห้องมากถึง 10,000 ห้อง สามารถมองเห็นได้จากอวกาศ ไม่มีการเปิดเผยจำนวนชั้นใต้ดิน แต่เดากันว่าน่าจะมีอย่างน้อย 8 ชั้น สั่งให้สร้างขึ้นมาโดย นิโคไล เชาเซสกู จอมเผด็จการคอมมิวนิสต์ที่คิดเข้าข้างตัวเองว่าทำทุกอย่างเพื่อสังคม ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากการไปเยือนเกาหลีเหนือในปีค.ศ.1972 และมีแรงผลักดันจากเหตุแผ่นดินไหวใหญ่ในปีค.ศ.1977 เชาเซสกูจึงคิดสร้างตึกที่สามารถทนต่อแผ่นดินไหวทุกแรงสั่นสะเทือน และใช้งานไปได้อีก 500 ปี เชาเซสกูใช้เงินลงทุนมหาศาลในการสร้างศูนย์กลางแห่งเมืองสังคมนิยมในจินตนาการแห่งนี้ ต้องกู้เงินต่างชาติซึ่งไม่เคยมีการเปิดเผยตัวเลขที่แท้จริง สภาพความเป็นอยู่ของคนในประเทศตกต่ำถึงขีดสุด น้ำไม่ไหลไฟดับกลายเป็นเหตุประจำวัน คนงานเป็นหลักล้านสลับกันทำงานตลอด 24 ชม เพื่อเร่งให้เสร็จ แต่แล้วก็เกิดเหตุจลาจล ประชาชนออกมาเดินขบวนก่อการปฏิวัติในเดือนธันวาคม ปีค.ศ.1989 เชาเซสกูหนีขึ้นเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัว แต่ก็ถูกจับได้และถูกประหารชีวิตในวันคริสต์มาสปีเดียวกันนั้นเอ
  **ทำเนียบประธานาธิบดี ยังคงเป็นสถานที่ราชการ ซึ่งอาจมีการปิดรับนักท่องเที่ยวโดยไม่แจ้งล่วงหน้า กรณีนี้เราจะถ่ายรูปด้านนอกทดแทน
6 มิ.ย. 63 บูคาเรสต์ – เวลิโกทาร์โนโว – ทริอาฟนา
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
  นำท่านเดินทางและข้ามพรมแดนจากโรมาเนียสู่บัลแกเรียที่เมืองรูเซ เมืองใหญ่อันดับ 5 ของบัลแกเรีย ได้รับการขนานนามว่าเป็นลิตเติ้ลเวียนนา มีความโดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรมแบบนีโอบารอก และนีโอรอคโคโค เดินทางต่อสู่เวลิโกทาร์โนโว (200 KM/ 3.30 HRS) เมืองหลวงแห่งที่ 2 ของอาณาจักรบัลแกเรีย (ค.ศ.1185- 1396) มีชัยภูมิอันยอดเยี่ยม คือตั้งอยู่บนเนินเขา 3 ลูก และยังมีแม่น้ำยานตราไหลผ่าน มีร่องรอยของสิ่งก่อสร้างโบราณหลายอย่างเป็นประจักษ์พยานถึงภาพอดีตอันรุ่งเรืองได้ชัดเจน ถือว่าเวลิโกทาร์โนโวคือสุดยอดเมืองโบราณเพียงไม่กี่แห่งบนโลกที่ยังคงความบริสุทธิ์ ทั้งวิถีชีวิตของผู้คนและความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันในภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย นำท่านชมเมืองเวลิโกทาร์โนโว ชมปราสาทซารีเวทส์ ป้อมปราการในยุคกลางที่สำคัญและมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโลกที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำยานตรา ปราสาทซารีเวทส์สร้างขึ้นแทนที่ป้อมปราการไบแซนไทน์เดิม นำโดยสองพี่น้อง แอสเซน และปีเตอร์ ที่เป็นตัวตั้งตัวตีในการโค่นล้มการปกครองของอาณาจักรไบแซนไทน์ และได้รับการสถาปนาเป็นกษัตริย์ในเวลาต่อมา เดินขึ้นไปชมปราสาทและโบสถ์หลังใหญ่ในสภาพที่สมบูรณ์ มีภาพเฟรสโกสไตล์โมเดิร์นดูสวยแปลกตา จากนั้นเดินทางไปทริอาฟนา (40 KM/ 1 HR) เมืองทางตอนกลางของบัลแกเรีย ตั้งอยู่บนตีนเขาสตาราเพลนนินา ตัวเมืองสูง 440 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ชาวเมืองเป็นชาวเผ่าทราเชียน
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำในภัตตาคารท้องถิ่น
  ที่พัก Hotel Kalina Palace หรือระดับใกล้เคียง
7 มิ.ย. 63 ทริอาฟนา – คาซานลัค
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
  จากนั้นเดินทางไปคาซานลัค (40 KM/ 1 HR) เมืองทางใต้ของเทือกเขาบอลข่าน ด้วยทำเลที่แสนดีและอุณหภูมิที่พอเหมาะ จึงทำให้ที่นี่เป็นเขตปลูกกุหลาบแหล่งใหญ่ของโลก เข้าร่วมงานเทศกาลดอกกุหลาบ Rose Festival 2020 เทศกาลประจำชาติของบัลแกเรียที่จัดขึ้นทุกปีในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม- ต้นเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นช่วงที่ดอกกุหลาบออกดอกสวยงามพร้อมที่จะให้เก็บเกี่ยว ทั่วทั้งเมืองจะอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความหอมหวานของกุหลาบ นำท่านร่วมพิธีเก็บเกี่ยวดอกกุหลาบ กุหลาบนั้นจะมีระยะเวลาเก็บเกี่ยวประมาณ 3 สัปดาห์ และต้องเก็บด้วยมือเท่านั้น ซึ่งกุหลาบที่เก็บแล้วจะถูกนำมาประมูล เพื่อสกัดทำน้ำมันดอกกุหลาบ สินค้าเลื่องชื่อของบัลแกเรียนั่นเอง น้ำมันดอกกุหลาบ 1 กรัมนั้นต้องใช้กลีบกุหลาบถึง 60,000 กลีบ ถ้าต้องการน้ำมันกุหลาบ 1 กิโลกรัม ก็ต้องใช้กุหลาบราว 3- 4 ตันทีเดียว และหนึ่งในแบรนด์ดังที่สั่งน้ำมันดอกกุหลาบจากบัลแกเรียจำนวนมากที่สุดก็คือชาแนล
11.00 รับประทานอาหารกลางวันในภัตตาคารท้องถิ่น
12.00 ร่วมชมการแสดงพาเหรดเทศกาลดอกกุหลาบ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์แรกของเดือนมิถุนายน บนถนนบริเวณจัตุรัสใจกลางเมือง มีขบวนพาเหรดจากหมู่บ้านต่างๆ มีการแสดงระบำพื้นเมือง ผู้ร่วมขบวนพาเหรดจะแต่งตัวในชุดพื้นเมืองหลากสีสันสวยงาม และตกแต่งขบวนพาเหรดตามธีมของแต่ละปี และมีราชินีดอกกุหลาบ สาวงามผู้ชนะการประกวดร่วมในขบวนด้วย นักท่องเที่ยวสามารถร่วมเต้นรำไปด้วยกับชาวเมืองเมืองขบวนพาเหรดจบลง อิสระให้ท่านสนุกสนานกับการเต้นรำ และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากดอกกุหลาบ มีทั้งสบู่ แชมพู ครีมทาตัว ทามือ ครีมทาหน้า น้ำมันจากดอกกุหลาบ ขนมจากดอกกุหลาบ และของที่ระลึกต่างๆ จากคาซานลัค
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำในภัตตาคารท้องถิ่น
  ที่พัก Hotel Kalina Palace หรือระดับใกล้เคียง
8 มิ.ย. 63 คาซานลัค – พลอฟดิฟ – โซเฟีย
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
  จากนั้นเดินทางไปพลอฟดิฟ เมืองใหญ่อันดับสองรองจากโซเฟีย ตั้งอยู่ในแนวเขตเทือกเขาบอลข่าน เป็นเมืองโบราณยุคโรมันและเป็นเมืองที่เก่าแก่มากที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป ตั้งอยู่บนที่ราบสูงทราเชียน รอบๆ เนินเขาทั้ง 7 ริมฝั่งแม่น้ำมาริทซาที่ไหลผ่านกลางเมือง ชมเขตเมืองเก่าพลอฟดิฟ เดินลัดเลาะบนถนนปูหินคอบเบิลไปเรื่อยๆ ท่านก็จะหลงเสน่ห์ของพลอฟดิฟ ตรอกเล็กซอยน้อยที่มีอาคารบ้านเรือนจากยุคเรอเนสซองส์ เรียกว่า จอร์เจียดี้เฮาส์ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของอาคารในยุคฟื้นฟูของบัลแกเรียหลังจากได้รับเอกราชคืนจากออตโตมัน มีลักษณะเป็นอาคารทรงกล่อง ตั้งอยู่บนฐานอาคารก่ออิฐที่แคบกว่า และมักประดับกรอบหน้าต่างด้วยไม้ในสไตล์อาล์ฟทิมเบอร์ และวาดลวดลายเหนือบานหน้าต่างอย่างสวยงาม ในจำนวนนี้มีบ้านของพ่อค้าผู้มั่งคั่งนาม ดิมิตาร์ จอร์เจียดี้ ซึ่งเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ ชมโรงละครโรมัน โรงละครครึ่งวงกลมแบบโรมัน สร้างขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 2 สมัยจักรพรรดิทราจัน จุคนได้ถึง 6,000 คน และถูกค้นพบโดยบังเอิญหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวอย่างบ้าคลั่งในปีค.ศ.1972 ปัจจุบันได้รับการบูรณะจนใช้งานได้ดีและเป็นที่จัดคอนเสิร์ตและงานแสดงต่างๆ
เที่ยง รับประทานอาหารในภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย เดินทางไปโซเฟีย เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของบัลแกเรีย อุดมไปด้วยสีเขียว มีสถาปัตยกรรมจากยุคคอมมิวนิสต์ โบสถ์ออโธดอกซ์ และเขาวิโตชาที่ชาวเมืองนิยมไปเล่นสกีในฤดูหนาว นำท่านเดินชมเมือง ไปชมวิหารอเล็กซานเดอร์นเฟสกี ตัวอย่างความยิ่งใหญ่ของคริสตจักรนิกายออร์โธดอกซ์ ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อครั้งที่บัลแกเรียเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิรัสเซีย ชื่อวิหารตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ กษัตริย์รัสเซียผู้ทรงส่งกองกำลังเข้าร่วมปลดแอกบัลแกเรียจากออตโตมัน สถาปัตยกรรมเป็นแบบนีโอไบแซนไทน์ ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในรัสเซีย โดดเด่นด้วยหลังคาสีเขียว และโดมทองที่สะกดทุกสายตา ส่วนภายในมีภาพไอคอนขนาดใหญ่ที่ประดับอยู่บริเวณแท่นบูชา โดยมีภาพนักบุญอเล็กซานเดอร์รวมอยู่ด้วย และแวะไปถ่ายรูปกับมหาวิหารเซนต์โซเฟีย ตั้งอยู่บริเวณที่เคยเป็นสุสานของเมืองเก่าแก่อย่างเซอร์ดิกา และโบสถ์รัสเซีย หลังจากรัสเซียเข้ามาช่วยปลดปล่อยบัลแกเรียให้เป็นอิสระจากจักรวรรดิออตโตมัน ก็ได้ทำลายสุเหร่าสาเหร่าลงในปีค.ศ.1882 และสร้างโบสถ์นี้ทับบนบริเวณเดิมระหว่างปี 1907- 1914 ในสไตล์เรอเนสซองส์แบบรัสเซีย ไปถ่ายรูปหน้าพระราชวังเก่าแห่งกรุงโซเฟีย ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของหอศิลป์แห่งชาติ และเดินผ่านไปถ่ายรูปกับโบสถ์เซนต์จอร์จ อาคารอิฐสีแดงที่ตั้งอยู่ท่ามกลางซากอาคารปรักหักพังจากสมัยที่ยังเป็นเมืองเซอร์ดิกา ภายในโบสถ์มีร่องรอยของการวาดภาพปูนเปียกทับกันถึง 3 ชั้น ชั้นแรกสุดเป็นการวาดขึ้นตั้งแต่สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 10 และไปชมอดีตที่ทำการพรรคคอมมิวนิสต์ สร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ.1953 เป็นสถาปัตยกรรมแบบสตาลิน หรือคลาสสิกแบบสังคมนิยม หลังจากที่ประเทศได้เปลี่ยนระบอบการปกครองมาเป็นประชาธิปไตยในปีค.ศ.1989 ดาวแดงสัญลักษณ์สำคัญของลัทธิสตาลินก็ได้ถูกแทนที่ด้วยธงชาติบัลแกเรีย
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำในภัตตาคารจีน
  ที่พัก Hotel Novotel หรือระดับใกล้เคียง
9 มิ.ย. 63 โซเฟีย – รีล่า – โซเฟีย – อิสตันบูล
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
  จากนั้นเดินทางไปอารามรีลา (130 KM/ 2 HRS) อารามที่โด่งดังที่สุดในบัลแกเรีย ตั้งอยู่ในเทือกเขารีลา เป็นหนึ่งในมรดกโลกทางวัฒนธรรมที่ UNESCO ได้ประกาศไว้ ถนนลัดเลาะไปตามเขตภูเขา ผ่านชมวิวภูเขาวิโตชาพรมแดนที่กั้นระหว่างบัลแกเรียและเซอร์เบีย เข้าชมอารามรีลา ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางทิวเขาทอดยาว มองเห็นยอดสูงถูกปกคลุมด้วยหิมะอยู่ไกลๆ ขนาดกว้างใหญ่ของหมู่อารามที่งดงามด้วยสถาปัตยกรรมบัลแกเรียนเรอเนสซองซ์ มองคล้ายศิลปะมุสลิมผสมยุโรป มีเอกลักษณ์จนได้ชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชนชาติสลาวิค โดยเฉพาะในยุคกลางที่บัลแกเรียต้องตกอยู่ใต้การปกครองของอาณาจักรออตโตมัน อารามแห่งนี้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางทางจิตวิญญาณของชาวบัลแกเรียนที่ห่มคลุมไว้ด้วยพลังศรัทธาต่อนักบุญจอห์นแห่งรีลา ผู้สร้างอารามหลังแรกขึ้นในศตวรรษที่ 10 สุสานของนักบุญจอห์นได้รับการเก็บรักษาอยู่ที่อาราม พร้อมคำกล่าวขานถึงความศักดิ์สิทธิ์ ภายนอกอารามมีภาพวาดบนเพดานสีสันสดใสที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพระคริสต์และคำสอนตามคัมภีร์ ส่วนภายในปล่อยให้มีเพียงแสงสลัวลอดผ่าน มีภาพไอคอนขนาดใหญ่ทำด้วยทองคำแท้อยู่ตรงกลาง ทุกวันนี้อารามรีลายังคงเป็นจุดหมายแห่งการแสวงบุญของคริสต์ศาสนิกชนนิกายออร์โธดอกซ์ทั่วโลก
เที่ยง รับประทานอาหารในภัตตาคารท้องถิ่น
18.00 เดินทางไปท่าอากาศยานโซเฟีย เตรียมตัวเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ
21.40 เดินทางสู่อิสตันบูล โดยสายการบินเตอร์กิช เที่ยวบินที่ TK1030 เสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน
23.05 เดินทางถึงท่าอากาศยานอิสตันบูล แวะเปลี่ยนเครื่องบิน

 

วันเดินทาง ผู้ใหญ่
2-10 มิ.ย.63 69,900

ดาวน์โหลดโปรแกรม >> ทัวร์โรมาเนีย

ไม่รวมค่าวีซ่า ถ้าได้ทำเมืองไทยค่าวีซ่า 3,000 บาท ถ้าต้องส่งไปทำเมืองนอก/เวียดนาม ค่าวีซ่า 6,000 บาท ถ้ามีวีซ่าเชงเก้นมัลติเพิ่ล ใช้ได้เลยค่ะ

ค่าทัวร์รวม:
 ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับสายการบินเตอร์กิช รวมค่าภาษี และธรรมเนียมเชื้อเพลิง ณ วันที่ 19 พ.ย. 62
 ค่ารถโค้ชท่องเที่ยวตามรายการทัวร์ที่ระบุ
 ค่าโรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว หรือระดับใกล้เคียงในระดับราคาเดียวกัน โดยพักห้องละ 2 ท่าน
 ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการทัวร์
 ค่าหัวหน้าทัวร์เดินทางพร้อมคณะ คอยดูแลประสานงาน
 ค่าประกันการเดินทาง
 ค่าทิปพนักงานขับรถ และไกด์ท้องถิ่น
ค่าทัวร์ไม่รวม:
 ค่าธรรมเนียมวีซ่าโรมาเนีย
กรณีมีวีซ่าเชงเก้น Multiple ที่ยังไม่หมดอายุ สามารถใช้ได้
กรณีมีวีซ่าโรมาเนีย, บัลแกเรีย, โครเอเชีย แบบ Multiple ที่ยังไม่หมดอายุ สามารถใช้ได้
 ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
 ค่าทำหนังสือเดินทาง (Passport)
 ค่าทิปหัวหน้าทัวร์
 ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มในห้องพัก และค่าอาหารที่สั่งมาในห้องพัก ค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหารนอกเหนือจากที่ทางบริษัทจัดให้
 ค่าปรับ สำหรับน้ำหนักกระเป๋าเดินทางที่เกินจากสายการบินกำหนด (20 กิโลกรัม)

ทัวร์โรมาเนีย บัลแกเรีย ราคาถูก เริ่มต้น 69,900 บาท