ทัวร์โรมาเนีย บัลแกเรีย ราคา 84,900 บาท (25)

0
2017

ทัวร์โรมาเนีย บัลแกเรีย ราคาถูก

ทัวร์โรมาเนีย

ทัวร์โรมาเนีย บัลแกเรีย ราคาถูก 

ทัวร์โรมาเนีย ไปตามล่าหาท่านเคาท์แดรกคูลาที่ทรานซิลเวเนีย ตามนวนิยายโกธิกของ ทัวร์โรมาเนีย โรมาเนียราคาถูก ชมบราม สโตกเกอร์ นักเขียนชาวไอริช ตั้งอยู่คาบสมุทรบอลข่าน เป็นแหล่งรวมอารยะธรรม ศิลปะและวัฒนธรรมอันเก่าแก่มากมายจากหลายประเทศ
• บูคาเรสต์ สถาปัตยกรรมและศิลปะล้วนแต่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมฝรั่งเศส จนได้สมญาว่า ปารีสน้อยแห่งยุโรปตะวันออก
• ซินายา เมืองรีสอร์ทที่ได้รับความนิยมของโรมาเนีย ที่ตั้งลึกเข้าไปในเทือกเขาคาร์เพเธียน
• บราซอฟ ไข่มุกเม็ดงามของโรมาเนีย ได้รับสมญาจากนักท่องเที่ยวว่าเป็น สวิสน้อยแห่งยุโรปตะวันออก

ทัวร์บัลแกเรีย Queen of the Balkans ดินแดนเล็กๆ ใจกลางคาบสมุทรบอลข่าน ที่รวมความหลากหลายทางวัฒนธรรมตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทั้งผืนป่า ขุนเขา และสายน้ำ คล้ายปราการชั้นดีที่ปกป้องดินแดนแห่งนี้ให้คงความงดงาม บริสุทธิ์
• เวลิโกทาร์โนโว สุดยอดเมืองโบราณเพียงไม่กี่แห่งบนโลกที่ยังคงความบริสุทธิ์ ทั้งวิถีของผู้คนและความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ จนอยากให้ใครๆ ได้มาสัมผัส
• คาซานลัค เขตปลูกกุหลาบแหล่งใหญ่ของโลก ตั้งอยู่ตอนใต้ของเทือกเขาบอลข่าน เป็นทำเลที่แสนดีและอุณหภูมิที่พอเหมาะ
• พิเศษ เข้าร่วมงานเทศกาลดอกกุหลาบ Rose Festival 2017 จัดปีละ 1 ครั้ง ชมการสาธิตการเก็บเกี่ยวดอกกุหลาบ และลองเก็บด้วยตัวเอง และชมการกลั่นน้ำมันดอกกุหลาบแบบดั้งเดิมของบัลแกเรีย ชมการแสดงระบำพื้นเมือง + BBQ lunch
• พลอฟดิฟ เมืองโบราณจากยุคโรมัน เก่าแก่มากที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป
• โซเฟีย นครหลวงหลากยุคของบัลแกเรีย มีสถาปัตยกรรมเก่าแก่หลากหลายแขนง ที่เข้ากันได้ดีกับสีสันเมืองใหญ่อันทันสมัย

** ไฮไลท์ เทศกาลกุหลาบ 1 ปี มีครั้งเดียว **

รายละเอียดโปรแกรมทัวร์

วันที่ 1กรุงเทพฯ-อีสตันบูล
19.30นัดหมายคณะพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชั้น 4 แถว T สายการบินเตอร์กิช (Turkish Airlines- TK) มีเจ้าหน้าที่คอยต้อนรับ และบริการเรื่องกระเป๋าเดินทาง เช็คอินรับบัตรที่นั่งบนเครื่องบิน
22.40สายการบินเตอร์กิช เที่ยวบินที่ TK 69 นำท่านเหิรฟ้าสู่กรุงอีสตันบูล เสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน
วันที่ 2อีสตันบูล-ซาเกรบ-โอปาเทีย
05.00เดินทางถึงท่าอากาศยานอตาเติร์ก เปลี่ยนเครื่องบิน
07.20สายการบินเตอร์กิช เที่ยวบินที่ TK 1053 นำท่านเหิรฟ้าสู่ซาเกรบ เสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน
08.35เดินทางถึงท่าอากาศยานซาเกรบ ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร รับกระเป๋าสัมภาระ
นำท่านสู่ซาเกรบ เมืองหลวงของโครเอเชีย เป็นศูนย์กลางการปกครอง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของโครเอเชีย ไปชมเมืองซาเกรบ ชมย่านเมืองใหม่ที่เป็นส่วนขยายเรียกว่าโลเวอร์ทาวน์ ซึ่งเป็นเขตการค้าสมัยใหม่ มีจัตุรัสเจลาซิค เป็นศูนย์กลาง และมีร้านรวงต่างๆ มากมาย จากนั้นนั่งรถราง Funicular ที่สั้นที่สุดในยุโรปสู่เขตอัพเพอร์ทาวน์ สัมผัสเสน่ห์ของความเป็นเมืองยุคกลางในย่านเมืองเมืองเก่า ที่มีซุ้มประตูหิน สโตนเกท ที่ประดิษฐานภาพเขียนสีพระแม่มารีที่เลื่องลือกันถึงความศักดิ์สิทธิ์ เพราะเป็นสิ่งเดียวที่เหลือรอดจากเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่เมื่อปีค.ศ.1731 เข้าสู่จัตุรัสเซนต์มาร์ก ที่มีโบสถ์เซนต์มาร์กเป็นหัวใจ และแตกต่างจากโบสถ์ในยุคเดียวกันทั่วไป ตรงที่หลังคาประดับด้วยกระเบื้องเรียงเป็นรูปตราสัญลักษณ์กองกำลังยุคกลาง สื่อถึงประเทศโครเอเชีย (รูปตราหมากรุกขาวแดง) แคว้นดัลเมเชีย (หัวลีโอพาร์ด 3 หัว) และสโลเวเนีย (แถบสีฟ้า ขาว แดง) รอบจัตุรัสเรียงรายไปด้วยทำเนียบประธานาธิบดีและรัฐสภา บันทึกภาพแบบพาโนรามาที่จุดชมวิว
เที่ยงรับประทานอาหารในภัตตาคารจีน
บ่ายจากนั้นเดินทางสู่โอปาเทีย (175 KM) เมืองตากอากาศสุดหรูของโครเอเชียที่โด่งดังเป็นที่รู้จักมาหลายร้อยปี โอปาเทียเป็นเมืองท่าที่เติบโตมาจากหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ในยุคกลางก่อนจะได้รับการพัฒนาให้เป็นเมืองรีสอร์ทหรูในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 เมื่อเหล่าเศรษฐีจากเมืองริเยกาที่อยู่ใกล้ๆ เริ่มย้ายเข้ามาตั้งถิ่นฐาน มีการสร้างวิลลาและบ้านพักตากอากาศหรูหราตามชายฝั่งทะเล ชมตัวเมือง แวะถ่ายรูปกับรูปปั้น นางแห่งนกนางนวล รูปปั้นของสตรีที่มีนกนางนวลเกาะอยู่ที่มือ ซึ่งมีความเป็นมาว่า มีเลดี้ชาวเยอรมันคนหนึ่งเคยมาเที่ยวที่นี่และลูกชายจมน้ำตาย เธอจึงสร้างรูปพระแม่มาเรียไว้เป็นที่ระลึก และมักจะมีนกนางนวลมาเกาะอยู่เสมอเลยปั้นรูปนกนางนวลให้ด้วย
ค่ำรับประทานอาหารในภัตตาคารท้องถิ่น
เข้าที่พัก Remisens Hotel หรือระดับใกล้เคียง
วันที่ 3โอพาเทีย-พลิตวิเซ่
เช้ารับประทานอาหารในโรงแรม
จากนั้นเดินทางสู่พลิตวิเซ่ (165 KM) ที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่เจเซร่า เป็นอุทยานแห่งชาติที่ถือได้ว่าเก่าแก่ที่สุดในยุโรปตะวันออก ตั้งอยู่ในเขตคาร์ลโลแวค ตอนกลางของประเทศ ติดกับพรมแดนของประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ได้เป็นมรดกโลกในปีค.ศ.1979
เที่ยงรับประทานอาหารในภัตตาคาร
บ่ายนำท่านเข้าสู่อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ ซึ่งเป็นหนึ่งใน 8 แห่งของโครเอเชียที่นับว่าเก่าแก่ที่สุดครอบคลุมพื้นที่ถึง 300 ตร.กม. พื้นที่ส่วนใหญ่ปกคลุมด้วยน้ำ มีทะเลสาบสีเขียวมรกตและสีฟ้านับรวมกันได้ 16 ทะเลสาบ และมีพื้นที่สีเขียวขจีอัดแน่นไปด้วยพืชพรรณธรรมชาติ และสัตว์ป่านานาชนิด อย่างจิ้งจอก กวาง หมีสีน้ำตาล หมูป่า และพวกนกพันธุ์หายาก เดินชมอุทยานไปตามบอร์ดวอล์ก ชมทะเลสาบน้อยใหญ่มากมายหลายสาย ผืนทะเลสาบสีฟ้าปนเขียวริมสะพานมีฝูงปลานับร้อยว่ายเวียนวน ซึมซับและดื่มด่ำความบริสุทธิ์ของธรรมชาติและทะเลสาบ บางจุดมีซากไม้ใต้น้ำที่ก่อให้เกิดภาพงดงามแปลกตา บางเวิ้งมีน้ำตกทั้งเล็กทั้งใหญ่ ล่องเรือข้ามทะเลสาบ Kozjak ทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในอุทยาน ชมทิวทัศน์อันเขียวขจี และนิ่งสงบ
ค่ำรับประทานอาหารในภัตตาคารท้องถิ่น
เข้าที่พัก Jezero Hotel หรือระดับใกล้เคียง
วันที่ 4พลิตวิเซ่-ซีเบนิก-โทรเกียร์-สปลิต
เช้ารับประทานอาหารในโรงแรม
จากนั้นเดินทางสู่ซีเบนิก (170 KM) อดีตเมืองหลวงของโครเอเชีย เป็นหนึ่งในเมืองท่าสำคัญ ตั้งอยู่ตอนกลางของแคว้นดัลมาเชียบริเวณปากแม่น้ำครักคา ซีเบนิกได้รับการพูดถึงในประวัติศาสตร์ครั้งแรกในปีค.ศ.1066 ในแผนผังราชวงศ์ของกษัตริย์พีทาร์เครสซิเมียร์ที่ 4 สร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 9 และ 10 โดยเจ้าชายชาวโครแอต ถือเป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดเมืองหนึ่งของโครเอเชีย นำท่านชมจัตุรัสเมืองเก่าซีเบนิกที่ล้อมรอบไปด้วยอาคารเก่าแก่ที่ถูกตัดแปลงเป็นร้านขายยา ร้านแว่นตา ร้านเสื้อผ้าบูติก และอีกมากมาย เมืองซีเบนิกแตกต่างจากเมืองริมฝั่งทะเลอะเดรียติกทั่วไปเพราะสร้างโดยชาวกรีก ก่อนที่โรมันจะเข้ามามีอิทธิพล ต่อมาภายหลังตกเป็นเมืองขึ้นของเวเนเชียน หรือเวนิซ ทุกวันนี้จึงยังเห็นสถาปัตยกรรมหลายแห่งทั่วเมืองจะกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายสไตล์เวเนเชียนอย่างชัดเจน นำท่านชมมหาวิหารเซนต์จาคอบ หรือเซนต์เจมส์ สร้างขึ้นในระหว่างปีค.ศ.1431-1535 เพื่ออุทิศแด่เซนต์เจมส์ หรือที่รู้จักกันในนาม นักบุญยากอบ เนื่องจากสถาปนิกที่สร้างวิหารแห่งนี้ทั้ง 3 คน ได้แก่ Francesco di Giacomo, Georgius Mathei Dalmaticus และ Niccolo di Giovanni Firentino มาจาก 3 ท้องถิ่น คือ ดัลมาเชีย โคโม และฟลอเรนซ์ เกิดเป็นสามประสานรังสรรค์ผลงานสุดยอดแห่งยุคชิ้นหนึ่ง โดยใช้เทคนิคชั้นสูงในการสร้างห้องโถงสูงใหญ่และโดมครึ่งวงกลม องค์การยูเนสโกยกให้มหาวิหารเซนต์เจมส์เป็นมรดกโลกในปีค.ศ.2000
เที่ยงรับประทานอาหารในภัตตาคารท้องถิ่น
บ่ายเดินทางสู่โทรเกียร์ (50 KM) เมืองท่าเก่าแก่ในอดีต เคยเป็นอาณานิคมกรีกโบราณมีต้นกำเนิดย้อนไปราว 200 กว่าปีก่อนคริสตกาล ดินแดนแห่งนี้เดิมมีชื่อว่า ทรากอส มาจากภาษากรีกที่แปลว่าแพะตัวผู้ และปัจจุบันได้รับการอนุรักษ์ให้เป็นเมืองเก่าและได้รับการรับรองจากยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกในปีค.ศ.1997 นำชมเขตเมืองเก่าซึมซับความเก่าแก่ของอาคารบ้านเรือน และป้อมปราการที่สง่างาม โบสถ์อันสวยงามของยุคโรมาเนสก์ได้รับการส่งเสริมด้วยอาคารที่โดดเด่นแบบเรอเนสซองส์และบารอกจากยุคเวเนเชียน ชมจัตุรัสจอห์นปอลที่ 2 จัตุรัสหลักของเมืองรองรับชาวเมืองที่ผ่านมาผ่านไปตั้งแต่สมัยกรีกและโรมันจนถึงปัจจุบัน ชมประตูเมืองเก่าที่ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่เมื่อศตวรรษที่16 หอนาฬิกาที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่14 ผ่านชมมหาวิหารเซนต์ลอว์เรนซ์ ที่สร้างในศตวรรษที่12 ใช้เวลาก่อสร้างนานนับสิบปี งดงามด้วยกรอบและบานประตูหินแกะสลัก มีรูปปั้นสิงโต อดัมและอีฟ และรูปสลักเซนต์ลอว์เรนซ์องค์สำคัญ เดินเล่นในเมืองเก่า เลือกซื้อสินค้าท้องถิ่นและของที่ระลึกต่างๆ… จากนั้นเดินทางสู่สปลิต (30 KM) เมืองตากอากาศริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยว เมืองเอกของแคว้นดัลเมเชีย
ค่ำรับประทานอาหารในภัตตาคารท้องถิ่น
เข้าสู่ที่พัก Globo Hotel หรือระดับใกล้เคียง
วันที่ 5สปลิต-มอสตาร์ (บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา)
เช้ารับประทานอาหารในโรงแรม
จากนั้นไปเที่ยวชมเมือง สปลิตถือว่าเป็นเมืองที่ค่อนข้างมีความเก่าแก่มาก อีกทั้งยังเป็นเมืองท่าที่สำคัญทางการค้าและการท่องเที่ยวของโครเอเชีย เข้าชมพระราชวังดิโอคลีเธี่ยน พระราชวังส่วนพระองค์ของจักรพรรดิดิโอคลีเธี่ยน ผู้โปรดให้สร้างพระราชวังขึ้นในปี 295 เพื่อเป็นที่ประทับในบั้นปลาย ภายในอาณาเขตอันกว้างใหญ่ของพระราชวังนั้น มากมายด้วยวิหาร ที่ประทับต่างๆ รวมถึงสุสานของพระองค์ จากโถงทางเดินเบื้องล่างที่เชื่อมต่อกับห้องหับต่างๆ ซึ่งมีบันไดเชื่อมสู่ส่วนที่เป็นลานพระราชวัง โดยมีเสาหินแกรนิตที่ประดับประดาลวดลายอย่างงดงามล้อมไว้ 3 ด้าน สูงขึ้นไปคือหอคอยแห่งวิหารเซนต์โดมิโน วิหารโรมาเนสก์ที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13 ภายในมีแท่นบูชาของเซนต์โดมิโนและเซนต์สตาซิอุส รวมถึงภาพเขียนสีทางศาสนา และซุ้มประตูไม้ลวดลายละเอียดยิบ องค์การยูเนสโก้ประกาศให้พระราชวังเป็นมรดกโลกเมื่อปี 1979
เที่ยงรับประทานอาหารในภัตตาคารท้องถิ่น
บ่ายจากนั้นนำท่านสู่มอสตาร์ (169 KM) เมืองทางตอนใต้ของบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา อีกหนึ่งเมืองประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงทางด้านการท่องเที่ยว เป็นหนึ่งในเมืองที่สำคัญและใหญ่ที่สุดในเฮอร์เซโกวีนา ภูมิภาคศูนย์กลางของบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา มอสตาร์ตั้งอยู่ระหว่างหุบเขาของเฮอร์เซโกวีนา มีแม่น้ำเนเรตว่าไหลผ่านใจกลางเมือง ชมสตารีมอสต์ สะพานโบราณที่โดดเด่นและเป็นสัญลักษณ์ของเมือง สร้างขึ้นจากหิน โดยชาวเติร์กในปีค.ศ.1566 จากนั้นไปชมย่านเมืองเก่า ลัดเลาะไปตามถนนเพื่อชื่นชมอาคารบ้านเรือนที่ส่วนใหญ่สร้างขึ้นในแบบสถาปัตยกรรมแบบพรี-ออตโตมัน ออตโตมันตะวันออก เมดิเตอร์เรเนียนและยุโรปตะวันตก ปีค.ศ.2005 องค์การยูเนสโกได้ยกให้สะพานโบราณรวมไปถึงบริเวณเมืองเก่าให้เป็นมรดกโลกของบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา เพราะเป็นเมืองที่ถือว่าเป็นศูนย์รวมของเหล่าสิ่งปลูกสร้างที่น่าสนใจ ซึ่งมีความโดดเด่นทางสถาปัตยกรรมในหลากหลายรูปแบบ
ค่ำรับประทานอาหารในภัตตาคารท้องถิ่น
เข้าสู่ที่พัก City Hotel หรือระดับใกล้เคียง
วันที่ 6มอสตาร์-มาลีสตอน-ดูบรอฟนิก
เช้ารับประทานอาหารในโรงแรม
จากนั้นเดินทางไปมาลีสตอน (100 KM) เมืองเล็กริมทะเลทางตอนใต้ของโครเอเชีย ตั้งอยู่ในคาบสมุทรเพลเยแซคใกล้พรมแดนเมืองนีอุม บอสเนีย บริเวณหุบอ่าวแถบนี้มีความอุดมสมบูรณ์ของแพลงตอนและสารอาหารในน้ำทะเลจำนวนมาก เนื่องจากสภาพภูมิประเทศเป็นลักษณะโขดหิน และเกาะเล็กๆ ทำให้เมื่อเวลามีฝนตกน้ำชะล้างแร่ธาตุไหลลงน้ำทะเล จึงทำให้มาลีสตอนเป็นแหล่งทำประมงที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโครเอเชีย และที่นิยมที่สุดก็คือ ฟาร์มหอยนางรม หากใครได้มาเยือนไม่ควรพลาดชิมหอยนางรมสดๆที่นี่ ถึงมาลีสตอน ลงเรือล่องไปชมฟาร์มเลี้ยงหอย ชมขั้นตอนต่างๆ ของการเลี้ยงหอยแล้วให้ท่านได้ชิมหอยนางรมสดๆ จากทะเลอะเดรียติก และจิบไวน์ ดื่มด่ำกับรสชาติท่ามกลางบรรยากาศที่สวยงาม
เที่ยงรับประทานอาหารในภัตตาคารท้องถิ่น
บ่ายเดินทางสู่ดูบรอฟนิก (55 KM) ดูบรอฟนิกได้รับการกล่าวขานว่าเป็นเมืองเก่าที่สวยที่สุดในยุโรป ได้รับฉายาว่าไข่มุกแห่งทะเลอะเดรียติก เป็นเมืองที่มีความสำคัญทางการค้าอย่างมากในแถบเมดิเตอร์เรเนียน เคยเป็นเมืองที่มีอำนาจทางทะเลและควบคุมการค้าทางทะเลมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 เพราะมีบทบาทเป็นเมืองที่เชื่อมการค้าระหว่างฝั่งตะวันออกและตะวันตกของทะเลอะเดรียติก ในปีค.ศ.1979 ดูบรอฟนิกได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก นำท่านไปนั่งเคเบิลขึ้นไปชม SRD Hill จุดชมวิวที่สวยที่สุดในดูบรอฟนิก ท่านจะเห็นวิวทะเล และภูเขาสลับซับซ้อน และบ้านเรือนสีขาวหลังคาสีส้ม เอกลักษณ์ของดูบรอฟนิกที่สวยงาม
ค่ำรับประทานอาหารในภัตตาคารท้องถิ่น พร้อมชมการแสดงระบำลาโด้ เป็นการเต้นระบำประกอบดนตรีพื้นเมืองแบบโครเอเชีย โดยนักเต้นจะร้องเพลงไปด้วยขณะแสดง
เข้าสู่ที่พัก Valamar Hotel หรือระดับใกล้เคียง
วันที่ 7ดูบรอฟนิก-อีสตันบูล
เช้ารับประทานอาหารในโรงแรม
จากนั้นเปลี่ยนบรรยากาศชมเมืองดูบรอฟนิกจากในทะเลกันบ้าง ไปล่องเรือพาโนราม่า โดยเรือพาโนราม่าจะล่องเลียบกำแพงเมืองเก่ามุ่งหน้าสู่เกาะล็อกครุม แล้วแล่นชมเกาะก่อนจะกลับเข้าสู่ท่าเรือดูบรอฟนิคแห่งเดิม โดยในอดีตสมัยสงครามครูเสด กษัตริย์ริชาร์ดใจสิงห์แห่งเกาะอังกฤษเคยมาแวะพัก ณ เกาะล็อกครุมนี้ด้วย จากนั้นเที่ยวชมย่านเมืองเก่าดูบรอฟนิก ที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิก เรอเนสซองส์ และบารอก ดูบรอฟนิกเป็นเมืองสวยงามติดอันดับต้นๆ ของโลก นำท่านชมทัศนียภาพของเมืองที่ตั้งอยู่ตามแนวชายฝั่งทะเลอะเดรียติก ตัวเมืองเป็นป้อมปราการโบราณที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของเมือง ชมแนวกำแพงป้อมปราการที่มีขนาดกว้างขวางใหญ่โต สามารถขึ้นไปชมความงดงามของตัวเมืองได้ อิสระถ่ายรูปบริเวณจัตุรัสใจกลางเมืองที่เป็นจุดนัดพบของชาวเมือง เป็นที่ประกอบกิจกรรมและลงโทษผู้กระทำผิดในอดีต ถ่ายรูปกับเสาหินอัศวิน หอนาฬิกา รูปปั้น St.Blaise ที่มีโบสถ์ประจำเมืองแห่งแรกเป็นฉากหลัง
เที่ยงรับประทานอาหารในภัตตาคาร
บ่ายอิสระให้ท่านช้อปปิ้งเลือกซื้อของที่ระลึกในย่านเมืองเก่า จากนั้นเดินทางสู่ท่าอากาศยานดูบรอฟนิก
18.45สายการบินเตอร์กิช เที่ยวบินที่ TK 1440 นำท่านเหิรฟ้าสู่กรุงอีสตันบูล เสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน
21.30เดินทางถึงท่าอากาศยานอตาเติร์ก เปลี่ยนเครื่องบิน
วันที่ 8อีสตันบูล-กรุงเทพฯ
01.25สายการบินเตอร์กิช เที่ยวบินที่ TK 68 นำท่านเหิรฟ้าสู่กรุงเทพฯ เสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน
14.50เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ

 อัตราค่าบริการ : กรุ๊ปละ 15 ท่าน

วันเดินทาง/ค่าบริการผู้ใหญ่/

เด็กพักกับผู้ใหญ่

พักเดี่ยว
29 พ.ค. – 6 มิ.ย. 6084,900 9,500.-

รายละเอียดโปรแกรมทัวร์ >> ทัวร์โรมาเนีย

อัตราค่าบริการรวม
 ค่าตั๋วเครื่องบินสายการบินเตอร์กิช รวมภาษีสนามบินและธรรมเนียมเชื้อเพลิง
 ค่าธรรมเนียมวีซ่าโครเอเชีย (กรณีท่านมีวีซ่าเชงเก้น Multiples ที่ยังไม่หมดอายุ สามารถใช้ได้ หักลดค่าวีซ่า 2,400 บาท)
 ค่าประกันอุบัติเหตุและค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุและสุขภาพ วงเงิน 2,000,000 บาท (สำหรับผู้เดินทางที่อายุเกินกว่า 75 ปี ท่านจะต้องชำระค่าเบี้ยประกันเพิ่ม 400 บาท)
 ค่าที่พักห้องคู่ ดังที่ระบุในรายการหรือระดับใกล้เคียง
 ค่าอาหาร ดังที่ระบุในรายการ
 ค่าเข้าชม ดังที่ระบุในรายการ
 ค่ารถนำเที่ยว ดังที่ระบุในรายการ
 ค่าเจ้าหน้าที่ (หัวหน้าทัวร์คนไทย) อำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
อัตราค่าบริการไม่รวม
 ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าอาหาร-เครื่องดื่ม นอกเหนือรายการทัวร์ ค่าซักรีด ค่ามินิบาร์ ค่าโทรศัพท์ ฯลฯ
 ค่าปรับ สำหรับน้ำหนักกระเป๋าเดินทางที่เกินจากสายการบินกำหนด (20 กิโลกรัม)
 ค่าทำหนังสือเดินทาง
 ค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย และค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม
 ค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิงที่ทางสายการบินอาจมีการเรียกเก็บเพิ่มเติมในภายหลัง
 ค่าทิปคนขับรถ ไกด์ท้องถิ่น และหัวหน้าทัวร์คนไทยท่านละ 45 EUR

ทัวร์โรมาเนีย บัลแกเรีย ราคาถูก เริ่มต้น 69,900 บาท

อาจมีบางโปรแกรมไม่ได้ลงหน้าเว็บไซต์ ต้องการโปรแกรมอื่น หรือจัดกรุ๊ปเหมาส่วนตัว กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่ 02-1835623 | 094-5707755 | 089-6133915 | 082-3550282